ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและบทบาทของมันที่มากขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา เราจึงต้องง่วนอยู่กับอุปกรณ์ดิจิตอลตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือในที่สาธารณะพร้อมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเสาอากาศและ Wi-Fi

มีการอภิปรายกันเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับผลกระทบของมัน แต่ความจริงก็คือเราเชื่อมต่อกันผ่านคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ตและได้กลายเป็นเพื่อนของเราในทุกๆ วันแม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะยังคงเป็นพื้นฐานของการสื่อสารของเราก็ตาม

เราใช้โทรศัพท์มือถือในทุกๆ ที่ที่เราไป

ในความเป็นจริง เราทำแบบนี้ไม่เคยหยุด แม้แต่ในเวลาที่เราพร้อมนอนแล้วก็ตาม มือถือของเราก็ยังคงอยู่ใกล้กับเตียงของเราอยู่ดี

นอนหลับใกล้โทรศัพท์มือถือของคุณดีหรือไม่ ลองคิดดู

ถ้าคุณไม่ต้องการปิดโทรศัพท์มือถือของคุณในเวลากลางคืน อย่างน้อยพยายามที่จะวางมันห่างจากเตียงของคุณ ความเคยชินของคนนับล้านที่ชอบวางมันไว้ข้างเตียงอาจทำให้ให้เกิดอันตรายร้ายแรฝต่อสุขภาพของเราได้

สมาร์ทโฟนสามารถแผ่รังสีที่เป็นอันตรายออกมาได้ การวางโทรศัพท์มือถือของเราไว้ข้างเตียงอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับหรือตื่นนอนซ้ำๆ กลางดึก นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบของกระบวนการควบคุมตัวเองบางอย่าง เช่นอัตราการเต้นของหัวใจหรือนาฬิกาชีวภาพ

จากการวิจัย นักวิทยาศาสตร์ได้พบว่านิสัยดังกล่าวกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของเราสามารถนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพต่อไปนี้:

1. เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

แสงที่เพิ่มขึ้นในเวลากลางคืนไม่เอื้ออนวนต่อการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก เมลาโทนินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพและเป็นตัวช่วยในการต่อต้านมะเร็ง แต่ถูกยับยั้งโดย “แสงสีฟ้า” หากเกิดเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว อาจไม่เป็นปัญหาสุขภาพใหญ่นัก แต่การใช้สมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่องก่อนนอนสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้

2. นอนไม่หลับ

ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว “แสงสีฟ้า” เป็นอุปสรรคต่อการผลิตฮอร์โมนที่ชื่อว่าเมลาโทนินดังที่ได้กล่าวไปแล้ว และฮอร์โมนนี้จะควบคุมวัฏจักรการนอนหลับของร่างกาย หากร่างกายขาดการนอนหลับ วัฏจักรการนอนที่ถูกรบกวนจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายอย่าง:
• น้ำหนักขึ้น
• หดหู่
• ปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ
• การสูญเสียความทรงจำ
• ผิวแย่ลง
• เวลาตอบสนองช้าลง

3. ความเสียหายของตา

การสัมผัสกับ “แสงสีฟ้า” ในเวลากลางคืนทำให้เกิดความเสียหายกับจอประสาทตา ซึ่งทำให้สูญเสียการมองเห็นส่วนกลาง หรือความสามารถในการมองเห็นด้านหน้าของคุณและส่งผลให้เกิดต้อกระจก ตามที่แพทย์ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ ผู้ป่วยที่อายุ 35 ปีมีอาการตามัวเหมือนต้อกระจกเมื่ออายุได้ 75 ปี การใช้สมาร์ทโฟนก่อนเข้านอนเป็นสาเหตุหลักของปัญหา แต่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบต่อไป

4. อันตรายจากการระเบิด

ใช่แล้ว โทรศัพท์มือถือสามารถระเบิดได้ การนอนกับโทรศัพท์มือถือที่มีรังสีมากเกินไปอาจเป็นอันตรายร้ายแรงมาก การระเบิดอาจเกิดขึ้นจากแบตเตอรีที่เสื่อมลงแล้วหรือการที่คุณชาร์จโทรศัพท์นานเกินไป เรารู้ว่าคุณชอบชาร์จโทรศัพท์บนเตียงหรือแม้กระทั่งนอนหลับไปกับสายชาร์จโทรศัพท์ที่เสียบกระแสไฟฟ้าอยู่ ดังนั้นเก็บโทรศัพท์ของคุณให้ไกลตัวเสมอและควรแน่ใจว่าคุณได้ถอดปลั๊กเครื่องชาร์จก่อนนอน