การตัดสินใจลงทุนเกิดขึ้นจาก 2 เหตุผล

อย่างแรก คุณอยากเพิ่มเงินจากดอกเบี้ย รายได้ หรือการแข็งค่าของเงินเมื่อเทียบกับการทิ้งไว้ในธนาคาร ซึ่งแทบไม่ได้ดอกเบี้ยเลย หรือที่แย่กว่านั้นคือการที่ค่าเงินของคุณลดลงจากอัตราเงินเฟ้อ อย่างที่สองคือคุณอยากให้การลงทุนของคุณเพิ่มความมั่นคงทางการเงินมากกว่าที่งานของคุณให้คุณได้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่เมื่อทำอย่างถูกต้อง ผลตอบแทนจะสามารถคุ้มค่าได้ตามเวลา และในบางครั้งก่อนที่คุณจะได้เงินเดือนครั้งต่อไปซะอีก

ก่อนที่คุณจะเริ่มการลงทุนแรก นี้คือข้อแนะนำต่างๆ ให้ศึกษา:

การเข้าใจความแตกต่างของการลงทุนและการคาดเดา

มีวลีเก่าของ Wall Street ที่ว่า “กระทิงทำเงินได้ หมีทำเงินได้ หมูโดนเชือด” เพื่อเป็นการเตือนนักลงทุนถึงความโลภ ในที่ที่ความรู้นั้นสำคัญสำหรับการลงทุน ผลของการคาดเดานั้นขึ้นอยู่กับโชคเพียงอย่างเดียว สุดท้ายแล้วการคาดเดาก็จะทำให้คุณแพ้อยู่ดีเพราะโชคจะเข้าข้างเจ้ามืออยู่เสมอ การลงทุนหมายความว่าคุณจะไม่เอาเงินที่ไม่สามารถเสียได้ไปเสี่ยงแต่คุณต้องศึกษาและวางแผนอย่างดี หนึ่งในเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงคิดว่าการลงทุนมันยากก็คือเพราะมันต้องใช้วินัยและความรับผิดชอบทางการเงินของตัวเองและคนรอบข้าง นักลงทุนพันล้านอย่าง Warren Buffett เชื่อว่าคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของนักลงทุนคือนิสัย ไม่ใช่สติปัญญา แต่ข่าวดีคือคุณไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะเพื่อที่จะสร้างนิสัยการเงินที่ดี

หัวข้อแนะนำ: ถ้ากระทิงกับหมีทำเงินได้ ใครกันที่จะถูกเชือด?

ประเมินสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันของคุณ

เรามักได้ยินวลีที่ว่าเวลาคือปัจจัยสำคัญเมื่อพูดถึงการตัดสินใจการลงทุน ลองดูสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันของคุณอย่างให้ดีก่อนว่าตอนไหนคือเวลาที่ควรลงทุน ตัวอย่างเช่นถ้าคุณกำลังลงทุนเพราะคุณไม่สามารถจ่ายค่าสินเชื่อจำนองหรือหนี้บัตรเครดิตได้ คุณมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจลงทุนโง่ๆ และลงเอยด้วยภาระทางการเงินที่มากขึ้นไปอีก การลงทุนแบบไม่สมเหตุสมผลหรือจากการตื่นตระหนกจะก่อให้เกิดความหายนะและควรหลีกเลี่ยงที่สุด จำไว้ว่าการลงทุนไม่ใช่สิ่งง่าย และแม้แต่นักลงทุนที่มีประสบการณ์ก็สามารถพลาดได้ง่ายๆ ภายใต้ความกดดัน ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มลงทุนคือการตั้งทุนที่คุณสามารถใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายและความเสี่ยงต่างๆ ของคุณ

เป้าหมายในการลงทุนของคุณคืออะไร?

แม้ว่ามันยากที่จะเห็นด้วย อายุของคุณคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดเมื่อพูดถึงการตัดสินใจลงทุน การเปรียบเทียบง่ายๆ คือการตั้งเป้าหมายการลงทุนระยะยาวเมื่อคุณยังอายุน้อยและเป้าหมายระยะสั้นเมื่อคุณอายุมากขึ้น เช่นการลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงน้อยเมื่อใกล้เกษียณจะดีกว่าเพราะเป้าหมายหลักของคุณคือการรักษาค่าเงินไว้เพื่อใช้ในเวลาที่จำเป็นเร็วๆ นี้ แต่ในทางกลับกัน การที่อายุน้อยก็มีข้อได้เปรียบในโลกของการลงทุน คุณมีรายได้มาก คุณจึงสามารถเสียได้มากกว่า และมีเวลามากพอที่จะนั่งรอให้เงินมันทบต้นไปเรื่อยๆ เพื่อสร้างดอกเบี้ยบนดอกเบี้ยอีกทีหนึ่ง การที่คุณอายุน้อยแปลว่าคุณมีเวลามากกว่าสำหรับการฟื้นตัวจากตลาดขาลงและสามารถรับความเสี่ยงสำหรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้เพราะว่าคุณไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินเร็วๆ นี้

พิจารณาตัวเลือกการลงทุนต่างๆ

การมีทรัพยากรทั้งหมดไว้ในที่ใดที่หนึ่งหรือการฝากความหวังทั้งหมดไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเสี่ยงมาก เหมือนกันกับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จทุกคน ประเด็นคือเมื่อตะกร้าแตก ไข่ทุกใบก็เช่นกัน การลงทุนโดยการเอาเงินทั้งหมดไว้ในหุ้นตัวเดียวก็ไม่ต่างจากการวอนให้เกิดปัญหา แต่คุณควรวางแผนล่วนหน้าและกระจายพอร์ตการลงทุนเมื่อคุณมีประสบการณ์และทักษะมากขึ้น การแบ่งการลงทุนเป็นการกระจายการลงทุน (ไข่) ไปตามช่องทางและอุตสาหกรรมต่างๆ (ตะกร้า) ซึ่งจะเป็นการลดความเสี่ยงโดยรวมของนักลงทุนลง

บทความแนะนำ: ความสำคัญของการกระจายการลงทุนในพอร์ตหุ้นของคุณ

ให้ความรู้กับตัวเองก่อน

ตำนานโบรกเกอร์ Charles Schwab มีความคิดเข้าข้างตัวเองเกี่ยวกับการลงทุนครั้งแรกว่า “ผมคิดว่าทุกคนควรลงทุนครั้งแรกในตัวเอง” การลงทุนในตัวเองคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดที่คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ ไม่มีวันสายไปที่จะลุกขึ้นแล้วเริ่มต้น เมื่อเทียบกับในอดีต ตอนนี้มีทรัพยากรการเรียนรู้มากมายให้เลือก แต่ให้ระวังว่าไม่มีกลยุทธ์ใดที่จะใช้ได้กับทุกการลงทุน เพราะทุกการลงทุนก็มีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะต่อนักลงทุนแต่ละคน ทางที่ดีคือการหาครูฝึกที่มีคุณสมบัติเพื่อแสดงให้คุณเห็นภาพหรือเข้าร่วมชุมชนของคนที่เหมือนๆกับคุณเพื่อลดระยะเวลาในการเรียนรู้ลง ในขณะที่มีคนเถียงว่าการลงทุนคือการลองผิดลองถูก มันจะไม่ดีกว่าหรอถ้าคุณสามารถเรียนรู้จากคนที่ผ่านมันมาแล้วหรือที่ได้พลาดมาแล้ว เพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาดเช่นนั้น?