ไม่ว่าจะเพิ่งเรียนจบหรือกำลังจะเปลี่ยนงาน คุณก็กำลังจะต้องไปเจอกับการสัมภาษณ์อีกมาก แต่คุณจะร฿้ได้อย่างไรว่านายจ้างเขามองหาอะไรบ้าง

และถ้าคุณคิดว่าทุกการตัดสินใจว่าจ้างคือพิจารณาจากประสบการณ์และคุณสมบัติเป็นหลัก คุณควรอ่านต่อไป การที่ต้องพยายามสร้างความประทับใจนายจ้างคือสิ่งเดียวที่อยู่ระหว่างคุณกับงานต่อไปของคุณ

ด้านล่างนี้คุณจะได้เจอกับเคล็ดลับ 5 ข้อที่จะช่วยให้คุณสัมภาษณ์งานได้ดีที่สุด

1. เก็บกวาดโซเชียลมีเดียของคุณซะ

เกือบได้ละ! เพิ่งมีการติดต่อมาจากนายจ้างที่อาจจะรับคุณเข้าทำงาน ถึงเวลาโชว์ศักยภาพของคุณแล้ว มีการวิจัยค้นพบว่าประมาณ 45% ของนายจ้างใช้โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในการคัดกรองเพื่อดูว่าแท้จริงแล้วคุณเป็นคนอย่างไร ถ้าโปรไฟล์โซเชียลมีเดียของคุณแสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะของความไม่รับผิดชอบ ก้าวร้าว หรือหยาบคาย นั่นเป็นสิ่งไม่ดีเป็นอย่างมาก เริ่มจากการลบรูป คอมเมนท์ หรือแท็กแย่ๆ ที่คุณไม่อยากให้นายจ้างเห็นออกซะ

2. เลือกเวลาที่จะเป็นประโยชน์ต่อคุณ

มีเวลาที่ดีที่สุดในการจัดการสัมภาษณ์ด้วยหรอ? แน่นอน เราทุกคนรู้จักความรู้สึกการที่ต้องมาทำงานวันจันทร์ดีและรู้ว่าความรู้สึกวันศุกร์เป็นยังไง คุณต้องแน่ใจว่านายจ้างจะให้ความสนใจคุณเต็มที่ เพราะฉะนั้นจะดีที่สุดถ้าคุณหลีกเลี่ยงวันที่เครียดๆหรือวันที่มีเบี่ยงเบนความสนใจจากคุณไปได้ เหตุผลเดียวกันนี้ยังสามารถใช้ได้กับเวลาเช้า ก่อนหรือหลังมื้อเที่ยง หรือตอนเย็น ตั้งเป้าไประหว่าง 10 ถึง 11 โมงเช้าหรือบ่าย 2 ถึง 3 เลือกเวลาที่คุณจะไม่ได้เจอผู้สัมภาษณ์งานที่ใจร้อนหรือเซื่องซึม

3. ทิ้งสูทตัวโปรดของคุณไว้ที่บ้าน

เคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่การไปสัมภาษณ์แปลว่าคุณต้องใส่สูทตัวเก่งและขัดรองเท้าให้เงา แต่เราไม่แน่ใจว่ากฎนั้นสามารถใช้ได้ในทุกวันนี้หรือไม่เพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมต่างๆ แล้ว ลองนึกถึง Google หรือ Facebook ซึ่งสูทตัวเก่งอาจจะกลายเป็นความน่าเบื่อมากกว่าสร้างสรรค์ สิ่งสำคัญในที่นี้คือความเหมาะสม จำไว้ว่านายจ้างอยากจ้างคนที่จะสามารถเข้ากับวัฒนธรรมของเขาได้ และให้ความสำคัญกับการแต่งตัวของคุณในการพบกันครั้งแรก ทำการบ้านและค้นคว้าเกี่ยวกับบริษัทที่คุณสมัครและพยายามเข้าใจการแต่งการประจำวันของพวกเขา

บทความแนะนำ: ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จถึงใส่แต่ชุดซ้ำๆ

4. ถามคำถามที่ไม่คาดคิด

คนส่วนมากจะไม่กล้าถามคำถามตอนสัมภาษณ์ หรือแม้แต่ถ้าเขาถาม ก็ถามคำถามง่ายๆ โดยไม่คิดให้ดีก่อน กฎแรกคือต้องไม่ถามคำถามที่ไม่สำคัญอย่างผลประโยชน์ของพนักงาน มันก็สำคัญแต่ควรเก็บไว้ทีหลัง คุณควรตั้งใจถามคำถามที่แสดงให้เห็นว่าคุณได้ทำการศึกษาบริษัทมาแล้วอย่างรอบคอบ และแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังสมัครตำแหน่งนี้เพื่อเพิ่มคุณค่าและจะสนับสนุนเป้าหมายของบริษัทในระยะยาว ตัวอย่างคำถามฉลาดๆ ก็จะประมาณว่า “ฉันเห็นจากเว็บไซต์บริษัทว่ามีการแปลเป็นภาษาจีนด้วย คุณกำลังวางแผนที่จะขยายไปตีตลาดจีนด้วยทีมนี้ใช่หรือไม่? ถ้าใช่ ฉันเชื่อว่าความรู้ด้านภาษาจีนและความเป็นผู้นำของฉันสามารถเป็นประโยชน์ต่อบริษัทได้ในอนาคต”

5. โชว์มือของคุณ

มีวลีที่ว่าภาษากายของคุณสามารถพูดแทนคุณได้ และมือของคุณก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อใช้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่การจับมือจนถึงท่าทางเวลาพูด มือคือสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความน่าเชื่อถือและความจริงใจ และอิทธิพลของมันก็ไม่ควรถูกละเลย การซ่อนมือของคุณระหว่างการสัมภาษณ์แสดงให้เห็นถึงความกังวล การขาดความมั่นใจและสามารถถูกเข้าใจผิดได้ว่ามีนิสัยที่ไม่น่าเชื่อถือ ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวไว้ว่าการโชว์ฝ่ามือหมายถึงความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลที่เราจับมือกันนั้นเอง

6. เตรียมรับมือกับคำถามแปลกๆ

AirBnB ขึ้นชื่อเรื่องการถามคำถามแปลกๆ กับผู้สมัคร เช่นการถามว่าคุณจะทำยังไงถ้าคุณเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากเครื่องบินตก อะไรนะ? ในขณะที่มันอาจจะฟังดูแปลกไปสักหน่อย แต่เหตุผลเบื้องหลังคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมเหล่านี้มีไว้ทดสอบทักษะการแก้ปัญหาและการรับมือกับสถานการณ์ยากๆ ของคุณ คำถามนี้จะสำคัญมากหากคุณกำลังสมัครตำแหน่งผู้จัดการ ซึ่งต้องมีการใช้ทักษะการวิเคราะห์ แต่มันก็ไม่ได้มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัว แต่มันสามารถแยกคนที่ฉลาดด้วยประสบการณ์ออกจากคนที่ฉลาดแต่ในบทเรียนออกจากกันได้

บทความแนะนำ: ถอด 6 บทเรียนชีวิตจาก Star Wars