ถ้าคุณเคยพยายามที่จะ “pitch” งานให้กับสำนักพิมพ์ หรือรู้จักใครก็ตามที่เคย คุณจะรู้ได้ว่าลูกบอลลูกนั้นไม่เคยอยู่ในสนามของคุณเลย นั่นหมายความว่าสำนักพิมพ์เป็นผู้มีอำนาจควบคุมและอำนาจในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย และบ่อยครั้งที่การตัดสินใจของพวกเขาไม่ได้เป็นสิ่งที่คุณชื่นชอบนัก

ในทางกลับกัน เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเขียนหนังสือและตีพิมพ์ด้วยตัวเอง คุณจะได้อำนาจการควบคุมเต็มรูปแบบ ความคิดนี้อาจฟังดูน่ากลัว แต่ในปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือและแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้การตีพิมพ์ด้วยตัวเองทำได้ง่ายมากกว่าเมื่อก่อน

นอกจากนั้น ไม่มีใครที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางในการเขียนที่คุณต้องการได้ นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งในข้อดีในหลายๆ ข้อในการทำการตีพิมพ์ด้วยตัวเองเพราะคุณมีสิทธิ์ที่จะสามารถทำการตัดสินในในทุกๆ เรื่องได้เอง

อีกเหตุผลหนึ่งที่คุณควรตีพิมพ์หนสือของคุณเองคือผลตอบแทนการลงทุน คุณไม่เพียงแต่ได้รับเงินในฐานะเป็นผู้ตีพิมพ์หนังสือเท่านั้น แต่คุณยังคงมีสิทธิ์ทั้งหมดในหนังสือของคุณและได้รับผลกำไร 100 เปอร์เซ็นต์

และแน่นอน ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์ หากคุณเริ่มต้นด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ คุณมีสิทธ์ที่จะเลือกใช้แพลตฟอร์มการตีพิมพ์แบบ “print-on-demand” ที่คุณสามารถสั่งพิมพ์ในจำนวนน้อยๆ ได้ ด้วยวิธีนี้คุณจะไม่ต้องกังวลว่าจะมีหนังสือค้างสต๊อก อย่างไรก็ตามเมื่อคุณเริ่มขายหนังสือ คุณจะสามารถเก็บผลกำไรไว้ได้ทั้งหมดแทนที่จะต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้กับบริษัทผู้จัดพิมพ์

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านเวลาอีกด้วย แม้ว่างานส่วนใหญ่จะตกอยู่ในความรับผิดชอบของคุณ ทั้งการเขียน การออกแบบหนังสือ รวมถึงการตีพิมพ์เพื่อให้ได้เป็นรูปเล่มที่พร้อมขาย เพราะฉะนั้นคุณต้องวางแผนทั้งหมดโดยจัดตารางเวลาเอาไว้

การหาสำนักพิมพ์ที่จะตกลงพิมพ์หนังสือของคุณนั้นเป็นขั้นตอนที่ต้องการทั้งการทดลองและอาจมีข้อผิดพลาดก่อนที่จะพบกับสำนักพิมพ์ที่เหมาะสมกับคุณ

นักเขียนอิสระ Pеtеr Huраlо เคยกล่าวว่า “ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเขียนและการตีพิมพ์คือเวลา” ความจริงก็คือการเขียนและการเผยแพร่ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ดีมาก และเป็นสิ่งที่ควรทำ

ทุกวันนี้ การเขียนและตีพิมพ์หนังสือด้วยตนเองได้รับความนิยมมากขึ้นและทำได้ง่ายขึ้น ในความเป็นจริง 78% ของหนังสือที่วางขายอยู่ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์เล็กๆ หรือจากตัวผู้เขียนเอง นั่นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่านักเขียนเริ่มเลือกเส้นทางเดินนี้

จงจำไว้ว่าไม่มีใครที่จะให้สนใจงานเขียนของคุณมากกว่าตัวคุณเอง แล้วทำไมไม่ลองพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ และมองหาโอกาสในการเขียนและตีพิมพ์หนังสือของคุณเองแทน คุณอาจจะได้ผลประโยชน์ในระยะยาวมากกว่าที่คุณหวังก็ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง: 6 หนังสือพลิกเกมส์ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่ทะเยอทะยาน