ในตอนเด็ก คุณอาจจะเคยฝันว่าคุณเป็นเจไดหรือคิดว่า Star Wars เป็นมากกว่าหนังที่ไร้สาระที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด และสำหรับบางตัวที่มีปัญหาด้านภาษาศาสตร์ คุณอาจจะไม่เข้าใจมันก็เป็นได้ แต่เสน่ห์ที่แท้จริงที่ทำให้ภาพยนตร์ซีรีย์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมีมากกว่าแค่การแสดง ซึ่งเต็มไปด้วยคำคมและบทเรียนมากมายจากกาแล๊คซี่อันไกลโพ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง: 10 นิสัยของเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง

นี่เป็นบทเรียนเพียงบางส่วนที่เราได้เรียนรู้จาก The Force

1. สร้างทัศนคติว่าคุณสามารถทำได้

Yoda ถึง Luke: “ทำหรือไม่ทำเท่านั้น ไม่มีการลอง”

ในการฝึกฝนเจไดของ Luke ในหนังภาค “The Empire Strikes Back” Yoda ได้พูดกับลูกศิษย์ที่กำลังท้อของตนว่า “ทำหรือไม่ทำเท่านั้น ไม่มีการลอง” ปรัชญานี้หมายความว่าเมื่อคุณได้มุ่งมั่นและตัดสินใจแล้วว่าไม่มีแผนสำรอง คุณจะทำทุกอย่างและหาสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้คุณได้บรรลุเป้าหมายของคุณ การที่คุณลองทำอะไรสักอย่างคือการที่คุณมีแนวโน้มที่จะยอมแพ้หรือหยุดตั้งแต่อุปสรรคแรก คนส่วนมากมักจะชอบหาข้ออ้างและเหตุผลต่างๆ เมื่อเจออุปสรรค จงจำไว้ว่าความสำเร็จมักมาหาคนที่อดทน เสมอต้นเสมอปลาย แล้วก็ไม่รู้จักยอมแพ้ เพราะฉะนั้นจงยึดติดกับแผนที่ตั้งไว้โดยไม่ต้องมีแผนสำรองใดๆ ทั้งสิ้น

2. ถ้าคุณคิดว่าทำได้ คุณก็ต้องทำได้

Luke ถึง Yoda: “ผมไม่เชื่อ” Yoda ตอบ Luke: “นั้นคือเหตุผลในการล้มเหลวของคุณ”

ในฉากเดียวกับบทด้านบน Yoda ได้ทำสิ่งที่ Luke คิดว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นก็คือดึงยาน Millennium Falcon ขึ้นมาจากก้นบึง Luke มองด้วยความตะลึงแล้วพูดออกมาว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลย” ซึ่ง Yoda ได้ตอบกลับว่า “นั่นคือเหตุผลในการล้มเหลวของคุณ” จงจำไว้ว่าความคิดของเรา (ไม่ว่าดีหรือร้าย) คือตัวบ่งชี้ความเป็นจริงของเรา ความสำเร็จมักเริ่มด้วยการเชื่อมั่นในตนเอง แล้วก็ไม่มีใครที่ใส่ใจในความฝันของเราได้เท่ากับตัวเราเอง คำพูดของ Henry Ford ที่ว่า “ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณถูกหรือผิด ยังไงคุณก็ถูก” ก็ให้ข้อคิดเดียวกัน

3. เตรียมตัวเอาชนะความกลัว

Yoda ถึง Anakin ตอนเด็ก: “ความกลัวเป็นสิ่งชักจูงไปสู่ด้านมืด ความกลัวนำไปสู่ความโกรธ ความโกรธนำไปสู่ความเกลียด ความเกลียดนำไปสู่ความทุกข์”

ในหนังภาค The Phantom Menace ข้อความของ Yoda คืออย่าให้ความกลัวเป็นตัวถ่วงคุณหรือเป็นเหตุให้คุณพลาดในสิ่งที่คุณจะมานั่งเสียดายในภายหลัง ที่แน่ๆ เหตุผลที่คนส่วนมากไม่รู้ถึงศักยภาพของตนเองก็เพราะพวกเขาไม่เคยกล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ แล้วก็มีคำพูดที่ว่าเมื่อความกลัวถูกสะสมเอาไว้นาน จะนำไปสู่การตัดสินใจผิดๆ และในบางครั้งการตัดสินใจผิดๆ เหล่านั้นก็จะนำมาซึ่งความรับผิดชอบที่หนักหนา อย่างเช่นอดีตเจได Anakin Skywalker ผู้ที่ถูกความกลัวครอบงำแล้วแปรพรรคไปด้านมืดจนกลายเป็น Darth Vader

4. ไม่มีทางลัดไปสู่ความสำเร็จ

Yoda ถึง Luke: “คุณพร้อมหรือเปล่า? คุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณพร้อมแล้ว?”

ความสำเร็จเป็นเรื่องยาก เพราะถ้ามันง่าย ทุกคนคงทำได้แล้ว และมันเป็นเรื่องง่ายที่คนมักจะยึดติดกับเรื่องเล่าของความสำเร็จโดยหลงลืมความพยายามทั้งหมดที่นำพามาซึ่งความสำเร็จนั้น และมันเป็นเรื่องปกติมากที่คนส่วนใหญ่มักจะค้นหาทางลัดสู่ความสำเร็จโดยไม่ยอมเสียสละอะไรเลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทางลัดมักจะพาไปสู่ความผิดหวังมากกว่าความสำเร็จอันรวดเร็ว ดังนั้นคุณควรจะก้าวเดินอย่างช้าๆ เพื่อไปยังเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณเริ่มทำอะไรสักอย่าง..คุณอาจจะทำมันถูกแล้วก็ได้ จำไว้ว่าเจ้านายของคุณก็เคยเป็นลูกน้องมาก่อนทั้งนั้น และสิ่งที่อยากจะสื่อก็คือ หัวใจสำคัญของข้อความด้านบนก็คือ จงเตรียมพร้อมสำหรับงานเป็นสองเท่าเพื่อความฝันของคุณ มิฉะนั้นคนอื่นจะจ้างคุณเพื่อสร้างความฝันให้ตัวเขาเอง

5. เป็นผู้นำที่คนอื่นอยากจะทำตาม

ถ้าคุณคิดถึง King Martin Luther หรือ Jack Ma ความแตกต่างระหว่างผู้ปกครองและผู้นำเป็นวิธีที่ทั้งสองใช้จูงใจคนที่ทำงานร่วมกับพวกเขา ผู้นำคือผู้ที่สนับสนุนให้คนอื่นทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นแทนที่จะบังคับให้คนอื่นใช้วิธีของตนในการทำงาน และส่วนหนึ่งของความสำเร็จก็คือการเรียนรู้ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างเพื่อที่จะสนับสนุนมุมมอง ความฝัน และเป้าหมายของตัวคุณเอง ผู้นำที่ดีฟังเสียงของคนรอบข้างเพื่อที่จะได้รู้ถึงจุดอ่อนของตัวเองก่อนที่มันจะสายเกินไป ซึ่งต่างจากผู้ปกครอง อย่างเช่น Darth Vader ที่ปกครองผู้อื่นด้วยความกลัว แค่เพียง Vader รู้เรื่องพวกนี้มาก่อน เขาจะไม่ลงโทษทหารของเขาโดยการใช้พลังบีบคอทหารเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาทำให้ไม่พอใจ และถ้า Luke ฟังเสียงของ Yoda และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับ Vader ก่อนที่เขาจะจบการฝึกวิทยายุทธ์ เขาก็ยังจะคงมีแขนครบทั้งสองข้าง และนี่คือความเหมือนกันของพ่อกับลูกในภาพยนตร์เรื่องนี้

6. วิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการสอนผู้อื่น

หลายปีที่ผ่านมา ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่านักเรียนที่ชอบติวให้กับเพื่อน โดยทั่วไปจะมีผลการเรียนที่ดีกว่าคนที่เก็บความรู้ไว้กับตนเอง ทำไมล่ะ? เหตุผลก็คือความสามารถในการอธิบายสิ่งต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในสิ่งๆ นั้นอย่างลึกซึ้ง และการได้อธิบายสิ่งนั้นให้กับผู้อื่นฟังจะช่วยให้คุณจำเนื้อหาได้แม่นขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการทดสอบว่าคุณเข้าใจสิ่งใดมากแค่ไหน ก็คือการที่คุณลองอธิบายและสอนสิ่งนั้นให้กับผู้อื่นได้ฟัง ประโยคสุดท้ายที่ Yoda ได้พูดกับ Luke ก็คือ “ส่งต่อในสิ่งที่คุณได้เรียนรู้” เห็นได้ชัดว่า Yoda พูดแบบนั้นเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง